ข้อคิดฝากถึงคนขยันชอบทำงาน คนบ้างาน

ข้อคิดฝากถึงคนขยันชอบทำงาน คนบ้างาน

“ ค่ า โ ง่ ” ของคน บ้ า งาน เมื่องานกำลังเบียดเบียน ทุกสิ่งทุกอย่างในครอบครัว ขี้เกียจเกินไปก็ไม่ดี ขยันมากไปก็ไม่ได้… หากสุดโต่ง ทางใดทางหนึ่ง ล้วนมีแต่จะมีผลเสียมากกว่าผลดี

ดั่งเรื่องราวต่อไปนี้… เมื่อทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย บนโลกที่แสนวุ่นวายใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ บางครั้งความสำเร็จก็ต้องแลกด้วยการสูญเสียบางอย่าง ใครที่กำลัง บ้ า งาน

หรือมีคนในครอบครัวที่ ทำงานมากจนเกินไปอยากให้ลองดูไว้เป็นกรณีศึกษา

40 ปีที่แล้ว… ผมเริ่มต้นทำงาน กับบริษัทการเงิน ที่ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก…

35 ปีที่แล้ว… ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรักที่สุด เราต่างสัญญาจะสร้างอนาคตร่วมกัน เธอสนับสนุนผมอยู่ข้างหลัง

เพื่อให้ผมประสบความสำ เร็จทางการงานตามที่ตั้งใจ…ในขณะที่การงานของผมก้าวหน้าไปมากอย่างรวดเร็ว

29 ปีที่แล้ว… เธอคลอดลูกชายคนแรกให้ผม ในขณะที่ผมติดประชุมที่ญี่ปุ่น ผมขอโทษเธอ

สัญญากับเธอว่า ผมขอเวลาทำ งานอีกระยะเพื่อครอบครัว..ผมกลับเมืองไทย

รับขวัญลูกและขอโทษเธอด้วยตำ แหน่งงานที่ก้าวหน้ากว่าเดิม…ฝันของเราใกล้เป็นจริง…

24 ปีที่แล้ว… เธอคลอดลูกสาวที่เราเฝ้ารอคอย ผมได้เห็นหน้าลูกสาวแค่วันเดียว เพราะต้องเดินทางไปประชุมใหญ่ที่ต่างประเทศ

ผมสัญญาว่าผมจะทำงานอีกไม่นาน จากนั้นเวลาทั้งหมดของผมจะเป็นของครอบครัวตลอดไปสมกับที่เธอตั้งตารอคอย…

13 ปีที่แล้ว… หน้าที่การงานผม ก้าวหน้าจนก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในแถบเอเชีย… แต่เธอกลับขอ “หย่า” เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ที่เธอบอกว่า ผมไม่เคยให้เธอ ( ผมเถียงว่า ผมให้เธอทุกอย่าง )

สุดท้ายเธอบอกว่า “ชีวิตคู่ไม่ได้ต้องการแค่ทรัพย์สินเงินทองจนเกินเก็บ หากแต่เป็นความอบอุ่นมั่นใจ จากอ้อมกอดคนเป็นสามีเติมเต็มในคืนอ้างว้าง”

…สุดท้ายเธอแยกทางไปส่วนลูกๆ ปู่กับย่า จะดูแลอย่างดี เหมือนกับที่เคยเลี้ยงผมมา…

10 ปีที่แล้ว… ลูกชายคนโต ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์เพื่อน ป ร ะ ส บ อุ บั ติ เ ห ตุ และจากโลกไป… ผมบินกลับจากต่างประเทศทั้งๆ ที่มีงานสัมนาสำคัญ

แม่บอกว่า ลูกชายเกเรเลี้ยงยาก…ผมกอดลูกสาวบอกกับเธอว่า พ่อไม่ดีเอง ขอเวลาพ่ออีกนิดแล้วพ่อจะให้ทุกอย่าง…

7 ปีที่แล้ว… ก่อนแม่สิ้นใจแม่บอกกับผมว่า อย่าเอาแต่ทำงาน จนลืมไปว่าลูกต้องการอ้อมกอด จากพ่อที่โหยหามานาน อย่าปล่อยให้เธอรอคอยอย่างเดียวดาย.

5 ปีที่แล้ว… พ่อจากไปตามแม่ ญาติๆพากันพูดคุยโดยที่ผมแอบได้ยินว่า พ่อตรอมใจที่แม่จากไปเมื่อ2 ปีที่แล้ว กับเรื่องหลานสาว ( ลูกสาวผม ) หนีตามผู้ชายข้างบ้านไปอยู่ทางใต้…

แกเอาแต่โทษตัวเองว่า “ไม่มีปัญญาเลี้ยงหลานให้ดี” ขณะที่ผมมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำ งานส่งเงินกลับบ้านให้ครอบครัว ในที่สุดผมก็ก้าวสู่จุดสูงสุดในสายงาน

ผมเป็นเบอร์หนึ่งในเอเชียแปซิกฟิคตามเป้าหมาย ผมมีทุกอย่างที่ต้องการ ผมประสบความสำ เร็จเหนือใครๆ…แน่นอนไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ

การสูญเสียบางอย่าง แลกกับความสำเร็จขนาดนี้มันชั่งคุ้มค่า… ( จริงหรอ…? )

3 ปีที่แล้ว… ผมไปหา ห ม อ เพราะ เ ค รี ย ด จนนอนไม่หลับ ห ม อ บอกว่า… ผมเป็น โ ร ค ซึ ม เ ศ ร้ า ต้องกิน ย า ตามสั่งให้ครบ…น่าแปลกที่ผมมีครบทุกอย่าง แต่กลับอ้างว้างอย่างที่สุด

หาใครรักจริงไม่ได้สักคน มีแต่คนที่จ้องจะกอบโกย สิ่งที่ผมทุ่มเทหามาทั้งชีวิต…ไม่มีใครเหมือนพ่อแม่ภรรยาและลูกๆสักคน ตอนนี้… ผมเข้าใจสิ่งที่ภรรยาผมบอกตอนเธอจากไปแล้ว

แต่มันก็สายเกินไปไม่มีใคร ทนรอคอยยาวนานแบบนี้ได้หรอก

ถึงตอนนี้ผมยอมแลกทุกอย่างที่หามาได้ กับการเป็นคนหาเช้ากินค่ำ พออยู่พอกิน ขอแค่ให้ได้อยู่ร่วมกับทุกคนสักช่วงชีวิตหนึ่ง…ได้โปรด !! ไม่นานหลังจากนั้น ลูกสาวผมก็กลับมาหาผมที่บ้านอีกครั้ง

ด้วยเพราะไปไม่รอดกับแฟนหนุ่ม… ผมจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ทั้งงาน เงินเดือน ฐานะ ชื่อเสียงที่สั่งสมมา… ต่อจากนี้ผมจะกลับมาชดเชย เ ยี ย ว ย า เวลา 40 ปี ที่ผมได้โกงครอบครัวมา

อย่างน้อยที่สุดผมก็ยังเหลื อลูกสาวอยู่ ผมจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ต่อจากนี้อยู่กับลูกสาว และ ดูแลเธอให้ดีที่สุด

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ

แหล่งที่มา verrysmilejung

Facebook Comments Box