พฤติก ร รมของพ่อแม่ที่ทำให้ลูกไม่รู้จักโต

พฤติก ร รมของพ่อแม่ที่ทำให้ลูกไม่รู้จักโต

สวัสดีค่ะเพื่อนๆแฟนเพจทุกท่าน วันนี้เรามีข้อคิดมาฝาก สําหรับคุรพ่อคุรแม่ทุกท่าน ว่าด้วยการเลี้ยงลูก เลี้ยงแบบไหนย่อมได้แบบนั้นอันนี้เป็นเรื่องจริง

อย่างไรก็ดีเพราะพ่อและแม่ คือคนที่รักและหวังดีกับลูกมากที่สุด แต่ในบางครั้งความหวังดีของคุณอาจย้อนกลับมา ทำ ร้ า ย ลูก อย่างไม่ได้ตั้งใจ มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
ที่พ่อและแม่ควรเลิกทําแบบนี้กับลุก

1. ขีดเส้นชีวิตให้ลูก

กำหนด ก ฎ เ ก ณ ฑ์ ข้อปฏิบัติต่างๆ ให้ลูกเดินตามทางที่พ่อแม่ปูไว้ ซึ่งนั่นอาจเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ลูกมีวินัย

แต่ในทุกๆกฎที่พ่อแม่ตั้งไว้ก็ควรให้ลูกรับรู้ด้วย พร้อมให้ลูกมีส่วนร่วมในการขีดเส้นชีวิตของตนเอง

และต้องปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะ ทำบางสิ่งด้วยตัวเองบ้างค่ะเพียงเท่านี้ความ สำเร็จในชีวิตลูก

ก็จะอยู่ไม่ไกลสุดท้ายนี้ การเลี้ยงลูกที่ถูกต้องจะต้องอย่าให้ลูกเปราะบางจนเกินไปเหมือนไข่ในหิน

อย่าเลี้ยงลูกให้เห็นแก่ตัว ต้องเลี้ยงลูกให้โตไปตามวัย อย่าให้กินยากอยู่ยาก อย่าให้ลูกกลัวในสิ่งที่ไร้สาระ

โดยพ่อแม่ควรเริ่มต้นสร้างนิสัยเด็ก ด้วยการ ทำให้ตัวเองให้เป็นแบบอย่างพร้อมกับฝึกให้เด็กรับรู้

และรู้จักรับผิดชอบด้วยตัวเอง รวมทั้งเปิดโอกาส ให้เด็กได้เรียนรู้รวมถึงฝึกฝน นั่นจะทำให้เด็ก

สามารถหาแนวทางดำเนินชีวิต ตามบทบาทและหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

2. ไม่ยอมปล่อยให้ครูมาว่ากล่าว ตักเตือน หรือตีลูก

ถ้าลูกมา ฟ้ อ ง คุณว่าถูกครูตี หรือว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่

มีอาการหัวร้อนและพร้อมจะไปเคลียร์กับครูที่โรงเรียน แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อยากบอกว่า

คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องใจเย็นๆก่อน และอาจต้องสอบถามลูกถึงสาเหตุที่ครูทำเช่นนั้น

ซึ่ง หากลูกทำความผิดจริงๆ และการลงโทษไม่ได้ ร้ า ย แ ร ง คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องถึงขั้นไปคุยกับคุณครูเองที่โรงเรียน

ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องอบรมสั่งสอนลูกของเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรทำคือให้คุณพ่อคุณแม่สอนลูกแทน

ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้โดนครูว่าหรือตีอีก

3. ยุ่งกับการเรียน

การเป็นห่วงสนใจในเรื่องเรียน หรือความเป็นอยู่ที่โรงเรียนของลูกไม่ใช่เรื่องผิดหรอก

แต่การที่คุณพ่อคุณแม่ไปบงการหรือกำหนดเส้นทางการเรียนโดยไม่ให้เขามีสิทธิคิด

หรือตัดสินใจด้วยตัวเอง นั่นอาจจะทำให้ลูกของคุณไม่โตเป็นผู้ใหญ่เสียที

4. ปลุกลูกไปโรงเรียนตอนเช้าทุกวัน

เรียกได้ว่ากิจวัตรประจำวันของคุณแม่ ที่ต้องทำทุกเช้า คือการปลุกลูกเพื่อไปโรงเรียน

ซึ่งความจริงแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกลูกให้ตั้งนาฬิกาปลุกและจัดสรรเวลานอน

ให้เหมาะสมเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับตารางชีวิตของตัวเอง

5. นำของที่ลูกลืมไปให้ถึงที่โรงเรียน

การที่ลูกโทรมาเพื่อบอกให้คุณพ่อคุณแม่นำเอาสิ่งของที่ลืมไปส่งที่โรงเรียน

โดยที่คุณก็ทำตามที่ลูกสั่งทุกครั้ง ซึ่งนั่นอาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่รอบคอบได้

ดังนั้น เมื่อลูกโทรมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทำแบบนั้นอีก โดยที่ของชิ้นนั้นไม่ได้มีความสำคัญ

ถึงขั้น ค อ ข า ด บ า ด ต า ย อะไร ก็ควรบอกปัดเพื่อให้ลูกรู้จักมีความรอบคอบมากขึ้น

และตรวจความเรียบร้อยของสิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องเอาไปโรงเรียนก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

6. ซักเสื้อผ้าให้ลูก

เมื่อลูกโตพอที่จะทำงานบ้านได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยฝึกหรือให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

และการที่คุณแม่ซักเสื้อผ้าให้ลูกทุกวัน อาจทำให้เด็กเคยตัวและเป็นคนไม่มีวินัยในตัวเอง

หรือความรับผิดชอบ ดังนั้นหากเด็กอยู่ในวัย ที่พอเรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว

คุณแม่ก็ควรสอนลูกถึงวิธีการใช้เครื่องซักผ้าหรือการซักผ้าด้วยมือเพื่อที่เขาจะได้ฝึก ทำมันด้วยตัวเอง

7. ยอมให้ลูกหยุดเรียน

เพราะเด็กบางคนอาจมีอาการป่ ว ยการเมือง เนื่องด้วยสาเหตุหลายๆ อย่าง

อาจจะเกิดจากวิชาเรียน และการบ้านต่างๆ ซึ่งวิชาเรียนอาจง่ายเกินไป ทำให้เด็กเกิดความเบื่อ

หรือ วิชาเรียนอาจยากจนเกินไป ทำให้เด็กเกิดความกดดันว่าไม่ฉลาดเท่าเด็กคนอื่นๆ

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำคือ อย่าถามลูกว่าทำไมถึงไม่อยากการไปโรงเรียน

เนื่องจากเด็กมักจะไม่รู้คำตอบ เมื่อเด็กไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ก็จะเป็นการทำให้เด็ก

เกิดความรู้สึกเค รี ย ดแทน ทั้งนี้พ่อแม่ผู้ควรบอกเด็กว่าความกลัวไม่ช่วยอะไร

หากแต่เด็กควรเอาชนะความกลัวให้ได้ ควรเปิดใจให้กว้างในการรับฟังความรู้สึกของลูก

“พ่อกับแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างของลูก
ย ามป่วยก็เป็นคุณหมอคอยเฝ้าไข้คอยดูแล
ย ามแรกเกิดเริ่มเรียนรู้ก็ต้องกลายเป็นคุณครู
รักลูกได้แต่ต้องสอนให้ลูกทำได้ทุกอย่าง
ไม่ใช่รักและทำทุกอย่างให้กับลูก”

เรียบเรียงโดย parinyajai

แหล่งที่มา khamsuks

Facebook Comments Box